คะแนน A-Level คณิตเท่าไรถึงดี? วิเคราะห์ค่าเฉลี่ย 4 ปี
ค่าเฉลี่ยประเทศ A-Level คณิต 1 ปี 2569 คือ 20.44 คะแนน และคณิต 2 คือ 39.02 คะแนน ตัวเลขนี้บอกแค่ว่าคนส่วนใหญ่อยู่ตรงไหน ไม่ได้บอกว่าเท่าไรถึงดี คะแนนที่ดีสำหรับเรา คือคะแนนที่ถึงเกณฑ์ของสาขาเป้าหมาย ดูได้บน mytcas
สวัสดีครับ นี่พี่ๆ คณิตคลิกเดียว บทนี้เราจะอ่านตัวเลขแบบนักวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ได้ดูแค่ค่าเฉลี่ย แต่ถามต่อว่า ตัวเลขนี้เกิดจากอะไร แกว่งได้แค่ไหน และเราควรทำอะไรกับมัน
สรุปก่อน: เท่าไรถึงเรียกว่าดี
เดามั่วล้วน ๆ ไม่ได้ทำให้คะแนนดี เดาปรนัยทั้งฉบับได้เฉลี่ยแค่ราว 15 คะแนน และวันดวงไม่ดีได้ต่ำกว่านั้นมาก
ค่าเฉลี่ยประเทศ ต่ำเกินไป สำหรับคณะที่ใช้คะแนน A-Level สูง คนที่ติดคณะเหล่านี้ได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยไปไกล
ได้ 30 ขึ้นไปสูงกว่าค่าเฉลี่ยคณิต 1 จริง แต่ ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรเอามาตั้งเป้า ถ้าเป้าหมายคือคณะที่แข่งสูง 30 คะแนนยังห่างจากคะแนนของคนที่ติดอีกมาก
ข้อมูลดิบ 4 ปี
ปี | คณิต 1 เฉลี่ย | คณิต 2 เฉลี่ย |
|---|---|---|
2566 | 19.41 | 23.87 |
2567 | 20.47 | 32.14 |
2568 | 21.00 | 34.72 |
2569 | 20.44 | 39.02 |
ปี 2569 ทั้งสองวิชามีคนได้ 100 เต็ม และมีคนได้ 0 คะแนน
คณิต 1: ปี 2566 19.41, ปี 2567 20.47, ปี 2568 21, ปี 2569 20.44 · คณิต 2: ปี 2566 23.87, ปี 2567 32.14, ปี 2568 34.72, ปี 2569 39.02
Finding 1: คณิต 1 คือเส้นตรงที่แทบไม่ขยับ
4 ปี ค่าเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 19.41–21.00 กว้างแค่ 1.59 คะแนน หรือน้อยกว่าคะแนนของปรนัย 1 ข้อ (3 คะแนน)
ในภาษาข้อมูล นี่คือสัญญาณที่นิ่งมาก แปลว่า
ข้อสอบคณิต 1 แต่ละปียากใกล้เคียงกัน
ข้อสอบเก่าทุกปีใช้วัดตัวเองได้ดี ได้ 40 ในฉบับเก่า ก็พอบอกได้ว่าเราอยู่เหนือค่าเฉลี่ยราว 2 เท่า
Finding 2: คณิต 2 โตเร็วแบบที่ไม่ควรไว้ใจ
จาก 23.87 เป็น 39.02 ใน 3 ปี เพิ่มขึ้น 63% หรือเฉลี่ยโตราว 18% ต่อปี (คิดแบบทบต้น)
การโตแบบนี้บอกว่าความยากของข้อสอบแต่ละปีไม่คงที่ ข้อควรระวัง 2 ข้อ
อย่าเอาคะแนนดิบคณิต 2 ต่างปีมาเทียบกันตรง ๆ
อย่าวางแผนจาก "ปีนี้ง่าย ปีหน้าก็ง่าย" เส้นที่ขึ้นเร็ว ก็ลงเร็วได้
Finding 3: สนามคณิต 1 ใหญ่กว่าเกือบครึ่ง
ผู้สอบคณิต 1 ปี 69 มี 142,854 คน มากกว่าคณิต 2 (99,029 คน) ราว 44% คะแนนแต่ละคะแนนในคณิต 1 จึงมีคนเบียดอยู่เยอะ ขยับขึ้น 1 ข้อ แซงคนได้เป็นหลักพัน
Finding 4: "เดามั่วได้ 15" จริงแค่ครึ่งเดียว
ปรนัย 25 ข้อ ข้อละ 3 คะแนน 5 ตัวเลือก ถ้าเดาทุกข้อ จำนวนข้อที่ถูกคือตัวแปรสุ่มทวินาม
ค่าคาดหวังคือ 5 ข้อ = 15 คะแนน แต่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานคือ 2 ข้อ = 6 คะแนน แปลว่าคะแนนจากการเดาแกว่งได้กว้างมาก
สถานการณ์ | เดาถูก | คะแนน | โอกาสเกิด |
|---|---|---|---|
วันโชคร้าย | ไม่เกิน 2 ข้อ | 6 หรือต่ำกว่า | 9.8% (ราว 1 ใน 10) |
ค่อนข้างแย่ | ไม่เกิน 3 ข้อ | 9 หรือต่ำกว่า | 23.4% (เกือบ 1 ใน 4) |
ค่ากลาง | 5 ข้อ | 15 | ค่าคาดหวัง |
วันโชคดี | 8 ข้อขึ้นไป | 24 ขึ้นไป | 10.9% (ราว 1 ใน 10) |
ลองกดจำลองวันสอบด้านล่างหลาย ๆ ครั้ง จะเห็นว่าคะแนนเดาไม่เคยเท่าเดิม
แท่งคือโอกาสได้คะแนนรวมแต่ละค่า · แท่งสีเข้มคือช่วงที่เกิดขึ้นได้ 80% ของวันสอบ
ข้อที่เดา ตัดตัวเลือกผิดทิ้งได้กี่ตัว
โอกาสได้ถึงค่าเฉลี่ยประเทศ (20.44) คือราว 22%
และยังมีความเสี่ยงที่ตัวเลขนี้ไม่ได้นับ: สูตรทวินามสมมติว่าเฉลยกระจายเท่า ๆ กันทุกตัวเลือก แต่ในข้อสอบจริง ไม่มีใครการันตีว่าปีนั้นเฉลย ก ข ค ง จ จะออกเท่ากัน ถ้าเราเดาเทไปตัวเลือกที่ปีนั้นออกน้อย คะแนนเดาดิ่งต่ำกว่าตารางได้อีก
Finding 5: รู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ มีค่ากว่าที่คิด
ถ้าอ่านมาพอจะตัดตัวเลือกที่ผิดแน่ ๆ ทิ้งได้ โอกาสถูกต่อข้อจะเพิ่มทันที
ตัดตัวเลือกผิดได้ | โอกาสถูกต่อข้อ | คะแนนคาดหวังจาก 25 ข้อ |
|---|---|---|
0 ตัว (เดามั่ว) | 1/5 | 15.00 |
1 ตัว | 1/4 | 18.75 |
2 ตัว | 1/3 | 25.00 |
ตัดได้ 2 ตัวทุกข้อ คะแนนคาดหวังขึ้นจาก 15 เป็น 25 เพิ่ม 67% โดยยังไม่ต้องทำข้อไหนได้เต็ม ๆ เลย
นี่คือเหตุผลเชิงข้อมูลว่าทำไมต้องอ่านให้ครบเกือบทุกบท ต่อให้บางบทไม่แม่น แค่พอรู้เรื่องก็ช่วยตัดช้อยส์ได้ ส่วนบทที่ข้ามไปเลย ทำได้อย่างเดียวคือเดามั่ว
Finding 6: ข้อสอบไม่ได้ออกตามที่เราคาดทุกปี
blueprint คณิต 1 บอกจำนวนข้อเป็นช่วง เช่น พีชคณิต 15–17 ข้อ แคลคูลัส 2–4 ข้อ ช่วงแค่ ±1 ข้อ = ±3 ถึง ±5 คะแนนต่อสาระ
ถ้าเราทุ่มแค่บทที่ "น่าจะออก" แล้วปีนั้นบทนั้นออกน้อย หรือออกในรูปแบบที่ไม่เคยซ้อม คะแนนที่คาดไว้หายทั้งก้อน กลยุทธ์ที่ทนทานที่สุดคือไม่ฝากทั้งหมดไว้กับบทเดียว
สิ่งที่ข้อมูลบอก
- ออกทุกปีแคลคูลัสเบื้องต้น, ลำดับและอนุกรม, จำนวนจริง, ฟังก์ชันตรีโกณมิติ และอีก 7 หัวข้อ ออกครบทุกฉบับที่เลือก
- มาแรงการแจกแจงความน่าจะเป็น จาก 1.3 เป็น 2.3 ข้อต่อฉบับ, ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน จาก 0.6 เป็น 1.7 ข้อต่อฉบับ ในช่วง 3 ฉบับหลัง (67, 68, 69)
- ซาลงจำนวนจริง จาก 3.3 เหลือ 1.7 ข้อต่อฉบับ, สถิติ จาก 3 เหลือ 1.7 ข้อต่อฉบับ ในช่วง 3 ฉบับหลัง (67, 68, 69)
- โจทย์บูรณาการ7% ของข้อใช้มากกว่าหนึ่งเรื่อง คู่ที่มาด้วยกันบ่อยสุดคือ ฟังก์ชันตรีโกณมิติ กับ ลำดับและอนุกรม (4 ข้อ)
แตะหัวข้อในวงกลมหรือในรายการ เพื่อดูว่าออกปีไหนบ้าง และถามหัวข้อย่อยอะไร
ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการวางแผน ไม่ใช่เพื่อเลือกทิ้งบท ทุกบทยังควรเก็บ บางบทออกน้อยแต่เป็นพื้นฐานของบทอื่น ดูคู่กับจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองแล้วแบ่งเวลาให้เหมาะ
ชื่อบทที่ตรงกันในคณิตพื้นฐานกับคณิตเพิ่มเติมลึกไม่เท่ากัน ในที่นี้รวมเป็นชื่อเดียวให้อ่านง่าย ความลึกจริงต้องดูรายบทอีกที
โจทย์บางข้อใช้ความรู้แบบบูรณาการหลายเรื่อง จึงนับในทุกหัวข้อที่เกี่ยวข้อง และข้อสอบรวบรวมจากหลายแหล่ง ตัวเลขอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย
A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 11 ฉบับ รวม 330 ข้อ หัวข้อที่ออกบ่อย: แคลคูลัสเบื้องต้น 35 ข้อ (11%), ลำดับและอนุกรม 34 ข้อ (10%), จำนวนจริง 31 ข้อ (9%), ฟังก์ชันตรีโกณมิติ 29 ข้อ (9%), สถิติ 29 ข้อ (9%), ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม 26 ข้อ (8%)
แปลงเป้าหมาย เป็นจำนวนข้อ
ข้อที่ทำไม่ได้ในปรนัยอย่าเว้นว่าง ข้อสอบไม่หักคะแนน เดาได้คะแนนคาดหวังข้อละ 0.6
เป้าหมาย | ปรนัยทำได้จริง | เติมคำถูก | คะแนนคาดหวัง (รวมเดาข้อที่เหลือ) |
|---|---|---|---|
เหนือค่าเฉลี่ยคณิต 1 | 8 ข้อ | 0 | |
แข็งแรง | 13 ข้อ | 1 | |
สายแข่งสูง | 18 ข้อ | 3 |
สังเกตคอลัมน์สุดท้าย ยิ่งทำได้จริงมาก ส่วนที่มาจากการเดายิ่งเล็ก คะแนนเราก็ยิ่งนิ่ง ไม่ขึ้นกับดวง
"ดีพอ" สำหรับเรา ดูที่ไหน
ค่าเฉลี่ยประเทศบอกแค่ว่าเราอยู่ตรงไหนของทั้งประเทศ แต่ที่ตัดสินจริงคือคะแนนของสาขาที่เรายื่น
เข้า mytcas.com ค้นสาขาเป้าหมาย
ดูสถิติคะแนนรอบ 3 ของปีก่อน ๆ
ดูน้ำหนักคณิตในองค์ประกอบคะแนน ถ้าคณิตหนัก 20–40% คะแนนคณิตทุก 10 คะแนนมีผลมาก
สรุป
คณิต 1 เฉลี่ยราว 20 ทุกปี นิ่งมาก · คณิต 2 ปี 69 เฉลี่ย 39 และแกว่งแรง
ได้เกินค่าเฉลี่ยไม่ใช่เป้าหมาย เป้าหมายคือคะแนนของคนที่ติดสาขาที่เราอยากเข้า
เดามั่วได้ 15 โดยเฉลี่ย แต่เกือบ 1 ใน 4 ของคนเดาจะได้ไม่เกิน 9 และเฉลยไม่ได้กระจายเท่ากันทุกปี
รู้พอตัดช้อยส์ได้ 2 ตัว คะแนนคาดหวังขึ้นจาก 15 เป็น 25
ข้อสอบแต่ละบทแกว่งทุกปี เก็บให้ครบเกือบทุกบท
ท้ายที่สุด ต้องอ่านจริง และซ้อมข้อสอบเก่าจับเวลาจริงจัง
ค่าเฉลี่ยและจำนวนผู้สอบอ้างอิงจาก mytcas.com (ทปอ.) ปี 2566–2569 · ตัวเลขความน่าจะเป็นคำนวณโดยพี่ๆ คณิตคลิกเดียวจากการแจกแจงทวินาม · ปรับปรุงล่าสุด ก.ย. 2569
