คณิต 1 หรือ คณิต 2 สอบอะไรดี? วางแผนจากคณะ ไม่ใช่จากความง่าย
ดูที่คณะเป้าหมายบน mytcas.com เป็นหลัก เด็กส่วนใหญ่สมัครทั้งคณิต 1 และคณิต 2 และวิธีที่คุ้มที่สุดคือเตรียมคณิต 1 เป็นแกน เพราะเนื้อหาคณิต 2 อยู่ในคณิต 1 แทบทั้งหมด จะทิ้งคณิต 1 แล้วโฟกัสคณิต 2 เต็มตัว ก็ต่อเมื่อคณะที่อยากเข้าให้น้ำหนักคณิต 2 สูงมากจนคณิต 1 ไม่ช่วยอะไร อย่าเลือกคณิต 2 เพียงเพราะมันง่ายกว่า เพราะง่ายสำหรับเรา ก็ง่ายสำหรับทุกคน
สวัสดีครับ นี่พี่ๆ คณิตคลิกเดียว คำถามนี้มีคำตอบผิดที่ได้ยินบ่อยมาก คือ "สอบคณิต 2 สิ ง่ายกว่า คะแนนสูงกว่า" บทนี้พี่จะชี้ให้เห็นว่าทำไมความคิดนั้นหลอกเรา และควรวางแผนแบบไหนแทน
ความต่างที่ต้องรู้ก่อน
| คณิต 1 | คณิต 2 |
|---|---|---|
ระดับเนื้อหา | พื้นฐาน + เพิ่มเติม | พื้นฐานอย่างเดียว |
แคลคูลัส | ออก 2–4 ข้อ | ไม่ออก |
การวัดและเรขาคณิต | ออก 3–5 ข้อ | ไม่มีสาระนี้ |
ผู้เข้าสอบ TCAS69 | 142,854 คน | 99,029 คน |
ค่าเฉลี่ย TCAS69 | 20.44 | 39.02 |
โครงข้อสอบ | 30 ข้อ · 90 นาที · 100 คะแนน | เหมือนกัน |
ดูโครงสร้างข้อสอบฉบับเต็มได้ที่ blueprint คณิต 1 และ blueprint คณิต 2
ภาพที่ควรเห็น: เนื้อหาคณิต 2 เกือบทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของคณิต 1 คนที่เตรียมคณิต 1 มาดี จึงได้คณิต 2 ติดมาในตัว แต่คนที่เตรียมแค่คณิต 2 ไปสอบคณิต 1 จะขาดทั้งก้อนเพิ่มเติม
กับดัก: "คณิต 2 ค่าเฉลี่ยสูงกว่า แปลว่าได้เปรียบ"
คณิต 1 20.44 คะแนน, คณิต 2 39.02 คะแนน
ค่าเฉลี่ยคณิต 2 สูงกว่า เพราะข้อสอบง่ายกว่า ไม่ใช่เพราะคนสอบเก่งกว่า และเมื่อข้อสอบง่าย ทุกคนก็ได้คะแนนสูงเหมือนกัน
ลองนึกภาพแบบนี้ (ตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่เกณฑ์จริงของคณะไหน):
| ฟังดูเป็นยังไง | ความจริงในสนามแข่ง |
|---|---|---|
ได้คณิต 2 65 คะแนน | สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ 26 คะแนน ดูดีมาก | ถ้าคนที่ติดสาขานั้นได้กัน 80–90 เรายังห่างอีกไกล |
ได้คณิต 1 45 คะแนน | ไม่ถึงครึ่ง ดูน้อย | ถ้าสาขานั้นใช้คณิต 1 และคนติดได้ราว 40–50 เราอยู่ในเกมแล้ว |
Insight: คะแนนดิบคนละวิชาเอามาเทียบกันไม่ได้ สิ่งเดียวที่มีความหมายคือ คะแนนเราเทียบกับคนที่ยื่นสาขาเดียวกัน ในวิชาที่สาขานั้นใช้
สาขาที่คนแย่งกันเยอะและใช้คณิต 2 (เช่น บางสาขาในกลุ่มบัญชี บริหาร เศรษฐศาสตร์) คะแนนคณิต 2 ของคนที่ติดมักสูงมาก เพราะข้อสอบง่ายพอที่คนเตรียมตัวดีจะเก็บได้เกือบเต็ม ที่นั่นคณิต 2 ไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นสนามที่ต้องพลาดให้น้อยที่สุด
ขั้นที่ 1: ลิสต์ 3–5 สาขาเป้าหมาย แล้วเช็กบน mytcas
เข้า mytcas.com → ค้นชื่อสาขา → ดูรอบ 3 (Admission) → จดข้อมูลแบบนี้
สาขาเป้าหมาย | ใช้คณิตวิชาไหน | น้ำหนักคณิต % | คะแนนของคนที่ติดปีก่อน |
|---|---|---|---|
อันดับ 1 | ? | ? | ? |
อันดับ 2 | ? | ? | ? |
อันดับ 3 | ? | ? | ? |
คอลัมน์สุดท้ายสำคัญที่สุด มันบอกเป้าจริง ที่เราต้องไปให้ถึง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยประเทศ
ขั้นที่ 2: เลือกแผนการเตรียมตัว
เด็กส่วนใหญ่สมัครทั้งสองวิชา (ค่าสมัครวิชาละ 119 บาท) คำถามจริงจึงไม่ใช่ "สอบวิชาไหน" แต่คือ "เตรียมอะไรเป็นแกน"
สิ่งที่เจอบน mytcas | แผนที่พี่แนะนำ |
|---|---|
สาขาเป้าหมายใช้คณิต 1 | เตรียมคณิต 1 เป็นแกน คณิต 2 ได้ในตัว ซ้อมข้อสอบเก่าคณิต 2 เพิ่มแค่ให้ชินแนว |
มีทั้งสาขาที่ใช้คณิต 1 และคณิต 2 | เตรียมคณิต 1 เป็นแกนเหมือนเดิม แล้วซ้อมคณิต 2 ให้ไม่พลาด เพราะในสาขาคณิต 2 ต้องแข่งกันที่ความแม่น |
ทุกสาขาใช้คณิต 2 และน้ำหนักคณิตสูงมาก | ทิ้งคณิต 1 ได้ แล้วเอาเวลาทั้งหมดมาเก็บคณิต 2 ให้เกือบเต็ม |
ทุกสาขาใช้คณิต 2 แต่น้ำหนักคณิตน้อย | เก็บคณิต 2 ให้แน่น แล้วเอาเวลาที่เหลือไปวิชาที่น้ำหนักมากกว่า |
ขั้นที่ 3: ตั้งเป้าเป็นตัวเลขของสาขา
ตั้งเป้าจากคะแนนของคนที่ติดปีก่อน แล้วบวกเผื่อไว้ เพราะคะแนนแต่ละปีแกว่งได้
สำหรับเด็กสายวิทย์-คณิตที่สอบคณิต 2 ด้วย: คณิต 2 ออกแค่คณิตพื้นฐาน ฟีลใกล้ O-NET หลายข้อใช้ความรู้ ม.ต้น ก็ทำได้ 80+ เป็นเป้าที่ทำได้จริง และในสาขาที่แข่งสูง มันคือเป้าที่ต้องทำให้ได้ พลาดเลขผิด 2 ข้อ ก็หายไป 6–10 คะแนน ซึ่งอาจเท่ากับระยะห่างระหว่างติดกับไม่ติด
ตัวอย่างเห็นภาพ: เนื้อหาเดียวกัน ถามคนละระดับ
คณิต 2 สไตล์: ฝากเงิน 10,000 บาท ดอกเบี้ยทบต้นปีละ 2% ครบ 2 ปีได้เงินรวมเท่าไร
คณิต 1 สไตล์: ถ้า แล้ว เท่ากับเท่าไร
ใช้ไม่ได้ (log ของจำนวนลบไม่นิยาม) ดังนั้น
คนที่ทำข้อคณิต 1 ได้ ทำข้อคณิต 2 ได้แน่นอน แต่กลับกันไม่จริง นี่คือเหตุผลที่คณิต 1 เป็นแกนที่คุ้มกว่า
คณิต 2 ออกเรื่องอะไรบ้าง
คณิต 2 ออกแค่คณิตพื้นฐาน แต่ก็ครอบคลุมหลายบท และบางบทเปลี่ยนไปตามหลักสูตร ลองดูจากข้อสอบจริงด้านล่าง
สิ่งที่ข้อมูลบอก
- ออกทุกปีสถิติ, ลำดับและอนุกรม, ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน, เลขยกกำลัง และอีก 3 หัวข้อ ออกครบทุกฉบับที่เลือก
- มาแรงสถิติ จาก 6.3 เป็น 9.3 ข้อต่อฉบับ, ตรรกศาสตร์ จาก 0.3 เป็น 2.3 ข้อต่อฉบับ ในช่วง 3 ฉบับหลัง (66, 67, 68)
- ซาลงจำนวนจริง จาก 3.5 เหลือ 0.3 ข้อต่อฉบับ, ฟังก์ชันตรีโกณมิติ จาก 2.5 เหลือ 0 ข้อต่อฉบับ ในช่วง 3 ฉบับหลัง (66, 67, 68)
- โจทย์บูรณาการ2% ของข้อใช้มากกว่าหนึ่งเรื่อง คู่ที่มาด้วยกันบ่อยสุดคือ ลำดับและอนุกรม กับ สถิติ (2 ข้อ)
แตะหัวข้อในวงกลมหรือในรายการ เพื่อดูว่าออกปีไหนบ้าง และถามหัวข้อย่อยอะไร
ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการวางแผน ไม่ใช่เพื่อเลือกทิ้งบท ทุกบทยังควรเก็บ บางบทออกน้อยแต่เป็นพื้นฐานของบทอื่น ดูคู่กับจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองแล้วแบ่งเวลาให้เหมาะ
ชื่อบทที่ตรงกันในคณิตพื้นฐานกับคณิตเพิ่มเติมลึกไม่เท่ากัน ในที่นี้รวมเป็นชื่อเดียวให้อ่านง่าย ความลึกจริงต้องดูรายบทอีกที
โจทย์บางข้อใช้ความรู้แบบบูรณาการหลายเรื่อง จึงนับในทุกหัวข้อที่เกี่ยวข้อง และข้อสอบรวบรวมจากหลายแหล่ง ตัวเลขอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย
A-Level คณิตศาสตร์ประยุกต์ 2 9 ฉบับ รวม 270 ข้อ หัวข้อที่ออกบ่อย: สถิติ 66 ข้อ (24%), ลำดับและอนุกรม 48 ข้อ (18%), ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน 30 ข้อ (11%), เลขยกกำลัง 29 ข้อ (11%), ความน่าจะเป็น 26 ข้อ (10%), จำนวนจริง 22 ข้อ (8%)
สรุป
อย่าเลือกคณิต 2 เพราะ "ง่ายกว่า" ง่ายสำหรับเรา ก็ง่ายสำหรับทุกคน
คะแนนดิบคนละวิชาเทียบกันไม่ได้ ดูคะแนนของคนที่ติดสาขาเป้าหมายบน mytcas
ส่วนใหญ่สมัครทั้งสองวิชา แล้วเตรียมคณิต 1 เป็นแกน คณิต 2 ได้ในตัว
ทิ้งคณิต 1 ก็ต่อเมื่อคณะเป้าหมายใช้แต่คณิต 2 และให้น้ำหนักสูงมาก
สาขาที่ใช้คณิต 2 และแข่งสูง ต้องแข่งกันที่ 80–90+ และความไม่พลาด
ข้อมูลอ้างอิงจาก mytcas.com (ทปอ.) TCAS69–TCAS70 ปรับปรุงล่าสุด ก.ย. 2569
