จำนวนเชิงซ้อน คือคู่อันดับ เมื่อ และ เป็นจำนวนจริง นิยมเขียนเป็น โดย เรียก ว่า ส่วนจริง เขียน และเรียก ว่า ส่วนจินตภาพ เขียน เซตของจำนวนเชิงซ้อนทั้งหมดเขียนแทนด้วย บทนี้ไล่ตั้งแต่สมบัติเชิงพีชคณิต รากที่สอง กราฟและค่าสัมบูรณ์ รูปเชิงขั้ว รากที่ ไปจนถึงการแก้สมการพหุนาม
สวัสดีครับ นี่พี่ติว OCM
ที่มาของบทนี้ง่ายมาก สมการ ไม่มีคำตอบในจำนวนจริง เลยต้องขยายระบบจำนวนออกไป พอได้ มาแล้ว การคำนวณเกือบทั้งหมดคือพีชคณิตธรรมดา แค่แทน ทุกครั้งที่เจอครับ
สรุปบทนี้ใน 1 ตาราง
หัวข้อ | ต้องทำอะไรเป็น |
|---|---|
1.1 จำนวนเชิงซ้อน | การเท่ากัน การบวก การคูณ บอก และ |
1.2 สมบัติเชิงพีชคณิต | ตัวผกผันการบวกและการคูณ การลบ การหาร สังยุค |
1.3 รากที่สอง | หารากที่สองของ และแก้สมการกำลังสองที่ |
1.4 กราฟและค่าสัมบูรณ์ | พล็อตบนระนาบเชิงซ้อน หา เขียนกราฟของเซตจากสมการหรืออสมการ |
1.5 รูปเชิงขั้ว | เขียน คูณ หาร และยกกำลังด้วยทฤษฎีบทของเดอมัวฟร์ |
1.6 รากที่ | หารากที่ ทั้ง ราก และวาดเวกเตอร์ของรากบนระนาบเชิงซ้อน |
1.7 สมการพหุนามตัวแปรเดียว | ใช้ทฤษฎีบทตัวประกอบ ตัวประกอบตรรกยะ และสังยุคของราก |
1.1 จำนวนเชิงซ้อน
สำหรับจำนวนเชิงซ้อน และ นิยามไว้ 3 อย่าง
การเท่ากัน: ก็ต่อเมื่อ และ
การบวก:
การคูณ:
ตัวอย่าง: และ
จำนวนเชิงซ้อน ทำตัวเหมือนจำนวนจริง จึงถือว่าเซตของจำนวนจริงเป็นสับเซตของ และเมื่อเขียน ด้วย จะได้ ดังนั้น เขียนได้เป็น
จำนวนจริงคือจำนวนเชิงซ้อนที่ส่วนจินตภาพเป็นศูนย์
จำนวนเชิงซ้อนที่ส่วนจริงเป็นศูนย์แต่ส่วนจินตภาพไม่เป็นศูนย์ เรียกว่า จำนวนจินตภาพแท้ เช่น
ในรูป ก็บวกและคูณแบบพีชคณิตได้เลย แล้วแทน
ตัวอย่าง: หาจำนวนจริง และ ที่ทำให้
ส่วนจริง: ได้
ส่วนจินตภาพ: ได้
กำลังของ กำหนด จะได้ว่า , , , เมื่อ
ตัวอย่าง:
1.2 สมบัติเชิงพีชคณิตของจำนวนเชิงซ้อน
ระบบจำนวนเชิงซ้อนมีสมบัติปิด การสลับที่ การเปลี่ยนหมู่ การแจกแจง มีเอกลักษณ์และตัวผกผัน เหมือนระบบจำนวนจริง
เอกลักษณ์การบวก คือ และ เอกลักษณ์การคูณ คือ
ตัวผกผันการบวก ของ คือ เช่น ตัวผกผันการบวกของ คือ
ตัวผกผันการคูณ ของ คือ
เช่น ตัวผกผันการคูณของ คือ
การลบ นิยามโดย และ การหาร นิยามโดย เมื่อ
สังยุคของจำนวนเชิงซ้อน
สังยุค ของ คือ สังเกตว่า เป็นจำนวนจริง จึงใช้ช่วยหารได้ คือคูณทั้งเศษและส่วนด้วยสังยุคของตัวส่วน
สมบัติของสังยุค สำหรับ
และ
และ เมื่อ
และ
และ เมื่อ
ตัวอย่าง: หา ที่
ตรวจ: ถูกต้อง
1.3 รากที่สองของจำนวนเชิงซ้อน
รากที่สอง ของ คือจำนวนเชิงซ้อน ที่ ถ้า เป็นรากที่สอง ก็เป็นด้วย และจำนวนเชิงซ้อนที่ไม่ใช่ศูนย์มีรากที่สองเพียงสองจำนวน
ให้ และ รากที่สองของ คือ
ตัวอย่าง: รากที่สองของ
, และ
จึงได้
ตรวจ:
ถ้า เมื่อ เป็นจำนวนจริงบวก รากที่สองคือ และ เช่น รากที่สองของ คือ
ความรู้นี้ทำให้สมการกำลังสอง ที่ เป็นจำนวนจริงและ มีคำตอบเสมอ
ตัวอย่าง: แก้ ได้ ดังนั้น
1.4 กราฟและค่าสัมบูรณ์ของจำนวนเชิงซ้อน
แทน ด้วยจุด หรือเวกเตอร์จากจุด ไปจุด เรียกแกน X ว่า แกนจริง แกน Y ว่า แกนจินตภาพ และเรียกระนาบนี้ว่า ระนาบเชิงซ้อน
ค่าสัมบูรณ์ ของ คือระยะจากจุด ถึงจุด
เช่น และ
z = −3 + 3i |z| = 3√2 θ = 3π4
แกนนอนคือแกนจริง แกนตั้งคือแกนจินตภาพ วงกลมโปร่งสีส้มคือสังยุค z̄
z = −3 + 3i แทนด้วยจุด (−3, 3) บนระนาบเชิงซ้อน Re(z) = −3 และ Im(z) = 3 สังยุคคือ z̄ = −3 − 3i ซึ่งเป็นจุดที่สะท้อนข้ามแกนจริง |z| = √((−3)² + (3)²) = √18 = 3√2 จุดนี้อยู่ในจตุภาคที่ 2 และ tan θ = 3/(−3) จึงได้อาร์กิวเมนต์ θ = 3π/4 รูปเชิงขั้วคือ z = 3√2(cos 3π/4 + i sin 3π/4)
สมบัติของค่าสัมบูรณ์ สำหรับ
และ
เมื่อ และ
และ
คือระยะทางระหว่างจุด กับ บนระนาบเชิงซ้อน จึงใช้เขียนกราฟของเซตได้
คือจุดบนเส้นรอบวงและภายในวงกลมที่มีจุดศูนย์กลาง รัศมี 2 หน่วย
คือจุดที่ห่างจาก และ เท่ากัน ให้ แล้วยกกำลังสองทั้งสองข้าง จะได้ คือแกนจินตภาพ
1.5 รูปเชิงขั้วของจำนวนเชิงซ้อน
ให้ และ ถ้า เป็นมุมที่วัดจากแกนจริงด้านบวกไปยังเวกเตอร์ของ จะได้ และ จึงเขียน
เรียกว่า รูปเชิงขั้ว และเรียก ว่า อาร์กิวเมนต์ ของ โดย และ เมื่อ ถ้า เป็นอาร์กิวเมนต์ ก็เป็นอาร์กิวเมนต์ด้วย เมื่อ เป็นจำนวนเต็ม
ตัวอย่าง: เขียน ในรูปเชิงขั้ว
และจุด อยู่ในจตุภาคที่ 3 จึงได้
และรูปทั่วไปคือ เมื่อ
ข้อควรระวัง: ดูจตุภาคก่อนเสมอ ค่า อย่างเดียวบอกได้แค่มุมอ้างอิง จุด กับ มี เท่ากัน แต่อาร์กิวเมนต์ต่างกัน
ผลคูณ ผลหาร และสังยุคในรูปเชิงขั้ว
ให้ และ ไม่เป็นศูนย์
ตัวอย่าง: และ
ทฤษฎีบทของเดอมัวฟร์
ถ้า ไม่เป็นศูนย์ และ เป็นจำนวนเต็ม แล้ว
หนังสือพิสูจน์กรณี เป็นจำนวนเต็มบวกก่อน แล้วขยายไปกรณี และ เป็นจำนวนเต็มลบ
ตัวอย่าง:
1.6 รากที่ n ของจำนวนเชิงซ้อน
ให้ เป็นจำนวนเชิงซ้อนและ เป็นจำนวนเต็มบวก รากที่ ของ คือจำนวนเชิงซ้อน ที่
ถ้า รากที่ ของ มี รากที่แตกต่างกัน คือ
เวกเตอร์ของรากทุกตัวยาว หน่วย และคู่ที่อยู่ติดกันทำมุม เท่ากันทุกคู่
ตัวอย่าง: รากที่ 3 ของ
และมุมคือ
:
:
:
ทั้งสามรากอยู่บนวงกลมรัศมี 2 ห่างกันทีละ หรือ
1.7 สมการพหุนามตัวแปรเดียว
ทฤษฎีบทหลักมูลของพีชคณิต: ถ้า เป็นพหุนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนจริงและมีดีกรีมากกว่าศูนย์ สมการ มีคำตอบที่เป็นจำนวนเชิงซ้อนอย่างน้อยหนึ่งคำตอบ
ทฤษฎีบทตัวประกอบ: พหุนาม มี เป็นตัวประกอบ ก็ต่อเมื่อ
ทฤษฎีบทตัวประกอบตรรกยะ: ถ้า มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนเต็ม และ เป็นตัวประกอบ โดย ห.ร.ม. ของ และ เท่ากับ 1 แล้ว หาร ลงตัว และ หาร ลงตัว
สมการพหุนามดีกรี ที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนจริง มีคำตอบเป็นจำนวนเชิงซ้อน ทั้งหมด คำตอบ เมื่อนับคำตอบที่ซ้ำกัน
ถ้า เป็นคำตอบของสมการพหุนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนจริง แล้ว เป็นคำตอบด้วย
ตัวอย่าง: หาเซตคำตอบของ
ตัวที่อาจเป็น คือ
ลอง : ดังนั้น เป็นตัวประกอบ
หารได้ และ ให้
เซตคำตอบคือ
ตัวอย่าง: หาสมการพหุนามดีกรี 3 ที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนเต็ม มี และ เป็นคำตอบ และมี 1 เป็นสัมประสิทธิ์นำ
สัมประสิทธิ์เป็นจำนวนจริง จึงมี เป็นคำตอบด้วย
สมการคือ
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อย
คูณแล้วลืมแทน
หารโดยคูณสังยุคแค่ตัวส่วน ไม่คูณตัวเศษด้วย
หาอาร์กิวเมนต์จาก อย่างเดียวโดยไม่ดูจตุภาค
หารากที่ ได้รากเดียว ทั้งที่มี ราก
ใช้เรื่องรากที่เป็นสังยุคกับพหุนามที่สัมประสิทธิ์ไม่เป็นจำนวนจริง
