ความน่าจะเป็น ของเหตุการณ์ คือ เมื่อ คือ ปริภูมิตัวอย่าง ซึ่งเป็นเซตจำกัดที่สมาชิกทุกตัวมีโอกาสเกิดขึ้นเท่ากัน และ คือ เหตุการณ์ ซึ่งเป็นสับเซตของ ค่านี้บอกว่าเหตุการณ์ที่สนใจมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด บทนี้ใช้หลักการนับจากบทก่อนหาจำนวนสมาชิก แล้วต่อด้วยกฎสำคัญ เช่น
สวัสดีครับ นี่พี่ติว OCM
บทนี้คือ "หลักการนับ + เซต" มาเจอกัน กฎเหล็กมีข้อเดียว นับ กับ ด้วยวิธีคิดเดียวกัน ถ้านับ แบบสนใจลำดับ ก็ต้องนับ แบบสนใจลำดับด้วยครับ
สรุปบทนี้ใน 1 ตาราง
หัวข้อ | ต้องทำอะไรเป็น |
|---|---|
3.1 การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ | เขียนปริภูมิตัวอย่างตามผลลัพธ์ที่สนใจ และเขียนเหตุการณ์เป็นสับเซต |
3.2 ความน่าจะเป็น | หา และ ด้วยการแจกแจงหรือหลักการนับ แล้วหา |
3.3 กฎที่สำคัญบางประการ | ใช้ยูเนียน อินเตอร์เซกชัน คอมพลีเมนต์ และผลต่างของเหตุการณ์ |
3.1 การทดลองสุ่มและเหตุการณ์
การทดลองสุ่ม คือการทดลองที่รู้ว่าผลลัพธ์อาจเป็นอะไรได้บ้าง แต่บอกไม่ได้แน่นอนว่าแต่ละครั้งจะได้ผลใด
ปริภูมิตัวอย่าง หรือ แซมเปิลสเปซ คือเซตที่มีสมาชิกเป็นผลลัพธ์ที่อาจเป็นไปได้ทั้งหมดของการทดลองสุ่ม
เหตุการณ์ คือสับเซตของปริภูมิตัวอย่าง เซตว่างและปริภูมิตัวอย่างเองก็เป็นเหตุการณ์
การทดลองเดียวกันเขียนปริภูมิตัวอย่างได้หลายแบบ ขึ้นกับว่าสนใจผลลัพธ์อะไร
ตัวอย่าง: โยนเหรียญหนึ่งเหรียญสามครั้ง
ถ้าสนใจหน้าของเหรียญแต่ละครั้ง ให้ H แทนหัว T แทนก้อย ได้
ถ้าสนใจแค่จำนวนครั้งที่ขึ้นก้อย ได้
ตัวอย่าง: ทอดลูกเต๋าหนึ่งลูกหนึ่งครั้ง สนใจแต้มที่ได้ เหตุการณ์ที่ได้แต้มเป็นจำนวนเฉพาะคือ
3.2 ความน่าจะเป็น
ให้ เป็นปริภูมิตัวอย่างซึ่งเป็นเซตจำกัด โดยสมาชิกทุกตัวมีโอกาสเกิดขึ้นเท่ากัน และ เป็นเหตุการณ์
สมบัติพื้นฐาน
สำหรับทุกเหตุการณ์
คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน
คือเหตุการณ์ที่ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย
ข้อควรระวัง: ถ้าทอดลูกเต๋าสองลูกแล้วเขียน เป็นผลบวกแต้ม สมาชิกแต่ละตัวมีโอกาสไม่เท่ากัน (ผลบวก 2 เกิดได้วิธีเดียว แต่ผลบวก 7 เกิดได้ 6 วิธี) จึงใช้สูตรนี้ไม่ได้ ต้องใช้ ที่เป็นคู่อันดับของแต้ม ซึ่งมี 36 สมาชิก
ตัวอย่าง: ทอดลูกเต๋าที่เที่ยงตรงสองลูกพร้อมกัน ความน่าจะเป็นที่ผลบวกของแต้มเท่ากับ 9
ได้
P(ผลรวมเป็น 9) = 436
ทอดลูกเต๋า 2 ลูก มีผลลัพธ์ทั้งหมด 36 แบบ เหตุการณ์ที่ผลรวมเป็น 9 มีผลลัพธ์ 4 แบบ คือ (3, 6) (4, 5) (5, 4) (6, 3) ความน่าจะเป็นจึงเท่ากับ 4/36 หรือ 1/9
ใช้หลักการนับหาจำนวนสมาชิก
เมื่อ มีสมาชิกมาก ไม่ต้องแจกแจง ใช้ความรู้จากบทหลักการนับเบื้องต้นแทน
ตัวอย่าง: สุ่มเลือกนักเรียน 3 คน จากนักเรียนชาย 5 คนและหญิง 3 คน ความน่าจะเป็นที่ได้นักเรียนหญิง 1 คนพอดี
เลือกหญิง 1 คนจาก 3 คน และชาย 2 คนจาก 5 คน ได้
ตัวอย่าง: สุ่มหยิบบัตร 2 ใบจากบัตรหมายเลข 1 ถึง 5 ทีละใบโดยไม่ใส่คืน ความน่าจะเป็นที่ได้เลขคี่ทั้งสองใบ
ใบแรกเป็นเลขคี่ได้ 3 แบบ ใบที่สองเหลือเลขคี่ 2 แบบ ได้
ตัวอย่าง: สุ่มให้ 8 คนนั่งรอบโต๊ะกลม ความน่าจะเป็นที่คน 2 คนที่กำหนดได้นั่งติดกัน
มัดสองคนเป็น 1 หน่วย เหลือ 7 หน่วย จัดได้ วิธี สลับกันในมัดได้ 2 วิธี ได้
ความน่าจะเป็นเชิงทฤษฎีกับเชิงการทดลอง
ความน่าจะเป็นที่หาจาก เรียกว่า ความน่าจะเป็นเชิงทฤษฎี ใช้ได้เมื่อสมาชิกของ มีโอกาสเกิดเท่ากัน แต่หลายสถานการณ์จริงไม่เป็นแบบนั้น เช่น โอกาสที่ฝนจะตกแต่ละวัน จึงใช้ข้อมูลจากการทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง หรือการสุ่มตัวอย่าง เรียกว่า ความน่าจะเป็นเชิงการทดลอง เช่น สุ่มตรวจสินค้า 200 ชิ้น พบของเสีย 5 ชิ้น ประมาณได้ว่าความน่าจะเป็นที่สินค้าเสียเท่ากับ หรือ 2.5%
3.3 กฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น
เหตุการณ์เป็นเซต จึงใช้การดำเนินการของเซตได้ ให้
สัญลักษณ์ | ความหมาย |
|---|---|
เหตุการณ์ หรือ หรือทั้งสองเหตุการณ์ | |
เกิดทั้งเหตุการณ์ และ | |
เหตุการณ์ ไม่เกิด | |
และ เป็น เหตุการณ์ที่ไม่เกิดร่วมกัน |
ทฤษฎีบท ให้ เป็นปริภูมิตัวอย่างซึ่งเป็นเซตจำกัด และ เป็นเหตุการณ์ใด ๆ
ถ้า แล้ว
ข้อ 1 มาจาก แล้วหารทั้งสองข้างด้วย
ตัวอย่าง: ทอดลูกเต๋าที่เที่ยงตรงสองลูก ให้ แทนเหตุการณ์ที่ลูกแรกได้แต้มคู่ และ แทนเหตุการณ์ที่ผลบวกของแต้มเท่ากับ 8
ได้
ได้
ได้
คือลูกแรกได้แต้มคู่ แต่ผลบวกไม่เท่ากับ 8
ใช้คอมพลีเมนต์เมื่อเจอคำว่า "อย่างน้อย"
ตัวอย่าง: โยนเหรียญที่เที่ยงตรง 4 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่ขึ้นหัวอย่างน้อย 1 เหรียญ
และเหตุการณ์ตรงข้ามคือขึ้นก้อยทั้ง 4 เหรียญ มี 1 แบบ
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อย
นับ แบบสนใจลำดับ แต่นับ แบบไม่สนใจลำดับ
ใช้ปริภูมิตัวอย่างที่สมาชิกมีโอกาสเกิดไม่เท่ากัน แล้วหาร ด้วย
ใช้ ทั้งที่ กับ เกิดร่วมกันได้
โจทย์ "อย่างน้อย" แล้วนับทีละกรณีจนตกหล่น
ได้คำตอบเกิน 1 แล้วไม่ย้อนตรวจ
