ประพจน์ คือประโยคหรือข้อความที่เป็นจริงหรือเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ตรรกศาสตร์ ม.4 คณิตเพิ่มเติม เทอม 1 ใช้ประพจน์เป็นตัวตั้ง แล้วต่อยอดเป็นการเชื่อมประพจน์ ตารางค่าความจริง รูปแบบที่สมมูลกัน สัจนิรันดร์ การอ้างเหตุผล ประโยคเปิด และตัวบ่งปริมาณ
สวัสดีครับ นี่พี่ติว OCM บทนี้คือภาษาสำหรับตัดสินว่าข้อความไหนจริง ข้อความไหนเท็จ อย่างมีกติกา จำตารางของตัวเชื่อมทั้ง 5 ให้แม่น ที่เหลือคือเอาไปใช้ครับ
1ประพจน์
ประพจน์จะอยู่ในรูปบอกเล่าหรือปฏิเสธก็ได้ ขอแค่ตัดสินได้ว่าจริงหรือเท็จ การเป็นจริงหรือเท็จเรียกว่า ค่าความจริง แทนจริงด้วย และเท็จด้วย
เป็นประพจน์ | ไม่เป็นประพจน์ |
|---|---|
(จริง) | ห้ามเดินลัดสนาม (คำสั่ง) |
เป็นจำนวนเฉพาะ (เท็จ) | ช่วยปิดไฟหน่อย (ขอร้อง) |
เป็นจำนวนตรรกยะ (เท็จ) | เย้ ปิดเทอมแล้ว (อุทาน) |
ประโยคคำถาม คำสั่ง ขอร้อง อุทาน หรือความรู้สึก ไม่เป็นประพจน์ เพราะบอกไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จ
2การเชื่อมประพจน์
คำว่า "และ" "หรือ" "ถ้า...แล้ว..." "ก็ต่อเมื่อ" และ "ไม่" เรียกว่า ตัวเชื่อม ประพจน์ที่นำมาเชื่อมกันเรียกว่า ประพจน์ย่อย ส่วนประพจน์ที่ได้จากการเชื่อมเรียกว่า ประพจน์เชิงประกอบ นิยมใช้ แทนประพจน์
ประพจน์สองตัวมีกรณีค่าความจริงที่เป็นไปได้ 4 กรณี คือ
T | T | T | T | T | T |
T | F | F | T | F | F |
F | T | F | T | T | F |
F | F | F | F | T | T |
และ () จริงกรณีเดียว คือจริงทั้งคู่ เช่น "ขอปากกาและดินสอ" ต้องได้ครบทั้งสองอย่าง
หรือ () เท็จกรณีเดียว คือเท็จทั้งคู่ ในตรรกศาสตร์ "หรือ" หมายถึงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง
ถ้า...แล้ว... () เรียก ว่า เหตุ และ ว่า ผล เท็จกรณีเดียว คือเหตุจริงแต่ผลเท็จ
ก็ต่อเมื่อ () จริงเมื่อ กับ มีค่าความจริงเหมือนกัน
ภาพจำของ : แม่สัญญาว่า "ถ้าสอบได้ A แล้วจะพาไปเที่ยว" แม่ผิดสัญญากรณีเดียว คือได้ A แต่ไม่ได้ไปเที่ยว ถ้าไม่ได้ A แม่จะพาไปหรือไม่พาไปก็ไม่ผิดสัญญา
นิเสธ
นิเสธ ของ เขียนแทนด้วย มีค่าความจริงตรงข้ามกับ เสมอ เช่น นิเสธของ คือ และนิเสธของ คือ ซึ่งหมายถึง
T | F |
F | T |
3การหาค่าความจริงและการสร้างตารางค่าความจริง
ถ้ารู้ค่าความจริงของประพจน์ย่อย ให้หาค่าจากในวงเล็บออกมาทีละชั้น ถ้าไม่มีวงเล็บ ให้ทำ ก่อน แล้วจึง และ ต่อด้วย และทำ เป็นลำดับสุดท้าย
ตัวอย่าง: เป็นเท็จ เป็นจริง เป็นเท็จ จงหาค่าความจริงของ
เป็นจริง เพราะ จริง
จริง เท็จ ได้เท็จ
ดังนั้น เป็นเท็จ
ถ้ายังไม่รู้ค่าความจริงของประพจน์ย่อย ต้องสร้าง ตารางค่าความจริง ครบทุกกรณี ประพจน์ย่อย 1 ตัวมี 2 กรณี 2 ตัวมี 4 กรณี 3 ตัวมี 8 กรณี
ตัวอย่าง: ตารางค่าความจริงของ
T | T | F | T |
T | F | F | F |
F | T | T | T |
F | F | T | T |
คอลัมน์สุดท้ายตรงกับ ทุกกรณี ซึ่งพาไปสู่หัวข้อถัดไป
4รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน
รูปแบบของประพจน์สองรูปแบบที่มีค่าความจริงตรงกันกรณีต่อกรณี เรียกว่า สมมูลกัน เขียนแทนด้วย ใช้แทนกันได้
รูปแบบที่สมมูลกันที่ควรจำ
และ
จาก จะได้นิเสธที่ออกข้อสอบบ่อย คือ
ตัวอย่างภาษาพูด: นิเสธของ "เอาปากกาและดินสอมา" คือ "ไม่ได้เอาปากกามา หรือไม่ได้เอาดินสอมา" แค่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ ไม่จำเป็นต้องขาดทั้งคู่
5สัจนิรันดร์
รูปแบบของประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงทุกกรณี เรียกว่า สัจนิรันดร์ เช่น และ
ตรวจได้ 2 วิธี
สร้างตารางค่าความจริง แล้วดูว่าคอลัมน์สุดท้ายเป็น T ทุกแถวหรือไม่
วิธีการหาข้อขัดแย้ง ใช้กับรูปแบบที่เชื่อมด้วย สมมติให้รูปแบบนั้นเป็นเท็จ ซึ่งเกิดได้กรณีเดียว คือเหตุจริงและผลเท็จ แล้วไล่หาค่าความจริงของประพจน์ย่อย ถ้าเกิดข้อขัดแย้ง แปลว่าเป็นสัจนิรันดร์ ถ้าไม่ขัดแย้ง แปลว่าไม่เป็นสัจนิรันดร์
ตัวอย่าง: ตรวจสอบ
สมมติว่าเป็นเท็จ จะได้ เท็จ นั่นคือ จริง และ จริง
จึงได้ จริง นั่นคือ เท็จ และ ต้องจริง
แต่ จริง เท็จ ทำให้ เท็จ ขัดแย้งกัน
ดังนั้นรูปแบบนี้เป็นสัจนิรันดร์
6การอ้างเหตุผล
การอ้างเหตุผลประกอบด้วย เหตุ และ ผล นำมาเขียนเป็น
ถ้ารูปแบบนี้เป็นสัจนิรันดร์ การอ้างเหตุผลนั้น สมเหตุสมผล ถ้าไม่เป็นสัจนิรันดร์ ถือว่า ไม่สมเหตุสมผล การตรวจจึงทำแบบเดียวกับการตรวจสัจนิรันดร์
ตัวอย่าง:
เหตุ 1. ถ้าวันนี้ฝนตก แล้วสนามฟุตบอลแฉะ
เหตุ 2. สนามฟุตบอลแฉะ
ผล วันนี้ฝนตก
ให้ แทน "วันนี้ฝนตก" และ แทน "สนามฟุตบอลแฉะ" ได้รูปแบบ สมมติให้เป็นเท็จ จะได้ เท็จ จริง ซึ่งทำให้ จริงและ จริงได้โดยไม่ขัดแย้ง จึงไม่เป็นสัจนิรันดร์ การอ้างเหตุผลนี้ ไม่สมเหตุสมผล เพราะสนามอาจแฉะจากการรดน้ำก็ได้
7ประโยคเปิด
ประโยคเปิด คือประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธที่มีตัวแปร ยังบอกไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จ แต่เมื่อแทนตัวแปรด้วยสมาชิกในเอกภพสัมพัทธ์แล้วจะได้ประพจน์ เขียนแทนด้วย
ตัวอย่าง: เป็นประโยคเปิด แทน ด้วย 6 ได้ประพจน์ที่เป็นจริง แทนด้วย 5 ได้ประพจน์ที่เป็นเท็จ ส่วน ไม่เป็นประโยคเปิด เพราะไม่ใช่ประโยค แทนค่าแล้วก็ไม่ได้ประพจน์
8ตัวบ่งปริมาณ
สัญลักษณ์ | อ่านว่า |
|---|---|
สำหรับ ทุกตัว | |
สำหรับ บางตัว |
เขียนประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณเป็น หรือ พร้อมบอกเอกภพสัมพัทธ์ เช่น "จำนวนจริงทุกจำนวนยกกำลังสองแล้วไม่เป็นลบ" เขียนเป็น เมื่อ
9ค่าความจริงของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณตัวเดียว
รูปแบบ | เป็นจริงเมื่อ | เป็นเท็จเมื่อ |
|---|---|---|
แทน ด้วยสมาชิกทุกตัวใน แล้วได้ประพจน์จริงทั้งหมด | มีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งตัวที่แทนแล้วได้ประพจน์เท็จ | |
มีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งตัวที่แทนแล้วได้ประพจน์จริง | แทนด้วยสมาชิกทุกตัวแล้วได้ประพจน์เท็จทั้งหมด |
ตัวอย่าง:
เป็นจริง เพราะ มากกว่า 3 ทุกตัว
เป็นจำนวนคู่ เป็นเท็จ เพราะ 3 ไม่เป็นจำนวนคู่
เป็นจริง เพราะมี 4
เป็นเท็จ เพราะไม่มีสมาชิกตัวใดมากกว่า 4
เปลี่ยนเอกภพสัมพัทธ์ ค่าความจริงอาจเปลี่ยน เช่น เป็นจริงเมื่อ
10สมมูลและนิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ
ประโยคเปิดสมมูลกันเหมือนรูปแบบของประพจน์ เช่น
นิเสธจะสลับตัวบ่งปริมาณ และเปลี่ยนประโยคเปิดเป็นนิเสธ
ตัวอย่าง: นิเสธของ คือ
ภาษาพูด: นิเสธของ "นักเรียนทุกคนส่งการบ้าน" คือ "มีนักเรียนบางคนไม่ส่งการบ้าน" ไม่ใช่ "นักเรียนทุกคนไม่ส่งการบ้าน"
สรุปจำไว้อ่านข้อสอบ
หัวข้อ | หัวใจ |
|---|---|
และ | จริงเมื่อจริงทั้งคู่ |
หรือ | เท็จเมื่อเท็จทั้งคู่ |
ถ้า...แล้ว... | เท็จเมื่อเหตุจริง ผลเท็จ |
ก็ต่อเมื่อ | จริงเมื่อค่าความจริงเหมือนกัน |
สมมูล | |
นิเสธ | , |
สัจนิรันดร์ | จริงทุกกรณี ตรวจด้วยตารางหรือหาข้อขัดแย้ง |
อ้างเหตุผล | สมเหตุสมผลเมื่อ (เหตุทั้งหมด) ผล เป็นสัจนิรันดร์ |
ตัวบ่งปริมาณ | นิเสธสลับ กับ |
